อารมณ์ดีด้วยการเลือกรับประทานอาหาร

เป็นความจริงที่ว่า…อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับเข้าไปให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงพลังงานเท่านั้นที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ แต่มนุษย์เราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารบางอย่างให้ครบถ้วน เพื่อให้การทำงานของอวัยวะต่างๆรวมถึงสมองสอดประสานกันไปในทิศทางที่เหมาะสม อาหารจึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อ “อารมณ์” และ “ความรู้สึก” ที่คนเราแสดงออกมาในแต่ละวัน เคยมั๊ย ที่รู้สึกว่าหลังตื่นนอนตอนเช้า อารมณ์ของคุณกลับไม่แจ่มใสอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ก็นอนหลับมาอย่างเต็มอิ่มตลอดคืน เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ อาจจะมีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารบางประการก็เป็นได้

ว่ากันว่า…ปัจจัยในร่างกายที่มีผลต่ออารมณ์ มีสาเหตุมาจากปัจจัย 2 แหล่งด้วยกัน คือ อาหารและสารเคมีในสมอง ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะขอกล่าวถึงในที่นี้ หนีไม่พ้นสิ่งที่เราต้องรับประทานกันอยู่ทุกวัน และเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ร่างกายไม่สามารถขาดมันไปได้เลย สิ่งนั้นก็คือ “อาหาร” นั่นเอง

เมื่อร่างกายของเราบริโภคอาหารเข้าไป อวัยวะต่างๆก็จะช่วยกันทำหน้าที่เพื่อบดลดขนาดชิ้นอาหารจากชิ้นใหญ่ๆ ให้เล็กลงๆ จนเราแทบจะมองไม่เห็น อาหารที่ถูกลดขนาดและย่อยเรียบร้อยจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อให้ร่างกายได้นำเอาไปใช้เป็นพลังงาน หากร่างกายของเรารับประทานอาหารที่มีแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่สูง ร่างกายก็จะต้องย่อยอาหารเหล่านั้นให้อยู่ในรูปของน้ำตาลกลูโคสที่สามารถดูดซึมไปใช้ได้ในปริมาณมาก กล่าวคือ ยิ่งเราบริโภคแป้งมากเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งดูดซึมน้ำตาลได้อย่างรวดเร็วมากเท่านั้น และเมื่อร่างกายดูดซึมกลูโคสเข้าสู่เส้นเลือดได้รวดเร็วเท่าไร ระดับกลูโคสก็จะยิ่งลดลงได้ไวมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการที่ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็วนี้ อาจส่งผลให้เกิดคุณเกิดอาการอ่อนแรง หรือมีอารมณ์เซื่องซึมได้ง่ายมากขึ้นได้ ดังนั้น หากไม่อยากให้เกิดอาการดังที่กล่าวมานี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งในปริมาณที่สูง เช่น ไอศกรีม ข้าวขาว ข้าวเหนียว มันฝรั่งบด เป็นต้น

ในทางตรงกันข้าม การปล่อยให้ตัวเองหิวจนทนไม่ไหว งดอาหารบางมื้อโดยเฉพาะอาหารเช้า หรือเว้นระยะเวลาการรับประทานอาหารระหว่างมื้อนานเกินไป ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหัว เหนื่อยล้า มือสั่น หรือเหงื่อแตก ก็เป็นได้ วิธีที่กล่าวมานี้เป็นวิธีที่ผิด เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายต้องการพลังงานชดเชยมากขึ้นจากมื้ออาหารที่ขาดหายไป และส่งผลให้มื้อต่อๆ ไปต้องรับประทานให้มากขึ้นเพื่อชดเชยความหิวที่เกิดขึ้นเกินกว่าระดับปกติได้

หากอยากจะมีอารมณ์ที่แจ่มใสและมีความพร้อมที่จะรับมือกับเช้าวันใหม่ในทุกๆวัน แนะนำให้รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ อย่าอดหรืองดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ส่วนอาหารที่เลือกรับประทานก็ควรเป็นอาหารที่มีแป้งไม่มากจนเกินไปหรือมีใยอาหารปนอยู่บ้าง เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ผักและผลไม้ที่มีเส้นใยมาก เป็นต้น นอกจากนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทอด ของมัน ๆเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญ และอีกนิดด้วยการออกกำลังกายอาย่างต่อเนื่องเพียงวันละ 20 นาที ก็จะช่วยให้ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแอนโดรฟีนออกมาตามธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้ปกระเปร่า มีความสุข ลดความกังวลและคลายความเครียดลงได้

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *